วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

แนะแนวการเรียนต่อทางด้านศิลปะ



.

สำหรับคณะวิชาที่เปิดสอนทางด้านศิลปะและการออกแบบในบ้านเรานั้น  นับว่ามีให้เลือกกันมากมาย  ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ  หรือของเอกชนก็ดี  ทั้งนี้หากน้อง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าแต่ละคณะเขาเรียนอะไรกัน  และจะเลือกเรียนอะไรที่ไหนดี  ลองมาทำความรู้จักกับรายละเอียดของแต่ละคณะ  แต่ละสถาบันว่ามีจุดเด่นที่แตกต่างกันอย่างไร และที่ไหนที่ตรงกับความต้องการของเรามากที่สุดได้ที่หน้าแนะแนวนี้นะคะ
 ๑.กลุ่มวิชาศิลปะ
ได้แก่รายวิชาที่เกี่ยวกับทัศนศิลป์อันได้แก่  จิตรกรรม  ประติมากรรม  ภาพพิมพ์  ศิลปะไทย  รวมไปถึงทฤษฎีทางศิลปะ  เน้นการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะบริสุทธิ์  หรือพูดง่าย ๆ ก็คือศิลปะที่ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อการค้าพาณิชย์  แต่มุ่งตอบสนองความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินเป็นหลักนั่นหล่ะค่ะ  นอกจากนี้ยังต้องเรียนรู้ในเรื่องประวัติศาสตร์ศิลปะ  ทฤษฎีศิลปะ  และการวิเคราะห์งานศิลปะ  เพื่อนำมาประกอบกับการทำงานของเราให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  และฝึกฝนให้เป็นผู้ที่ทำงานอย่างมีระบบ  รู้จักวางแผนการค้นคว้า  และขั้นตอนในการสร้างสรรค์
สำหรับน้อง ๆ ที่ยังสงสัยว่าจบคณะนี้แล้วไปทำอะไรกัน  คำตอบที่ตรงที่สุดก็คือการเป็นศิลปิน  หรือนักวิชาการด้านศิลปะ  แต่นอกเหนือจากนี้เราสามารถนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้กับการออกแบบงาน ศิลปะเชิงพาณิชย์อื่น ๆ  ได้มากมาย  หรือทำอาชีพในลักษณะเป็นผู้ควบคุม  ดูแล  กำกับและสร้างสรรค์งานในเชิงศิลปกรรมแขนงต่าง ๆซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของการศึกษาล่ะค่ะ
การเตรียมตัวสอบเพื่อเรียนต่อในสายวิชานี้  ที่ดีที่สุดคือการฝึกฝนพื้นฐานการ  Drawing  ให้มีความเข้าใจเรื่องโครงสร้างของมนุษย์(Figure)  เรื่องน้ำหนักแสงเงาและฝึกฝนวิชาองค์ประกอบพื้นฐาน  เพื่อให้มีความชำนาญในด้านการจัดองค์ประกอบภายในผลงาน  เช่นว่าจะใช้สีอะไรคู่กับสีอะไร  วางลักษณะของภาพอย่างไรให้ดูลงตัว  และเหมาะสมกับเนื้อหาของภาพ  นอกจากนี้บางคณะเปิดสอนรายวิชาทฤษฎีศิลป์  เราก็ต้องศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเรื่องประวัติศาสตร์ศิลปะ  ทั้งในประเทศและต่างประเทศควบคู่กันไปด้วยนะคะ
คราวนี้ในแต่ละสถาบันเขาก็มีชื่อเรียกคณะวิชาที่ว่านี้ต่าง กันไป  ส่วนรายละเอียดของหลักสูตรแต่ละที่  น้อง ๆ สามารถลิงค์ไปยังเวบไซต์ของสถาบันนั้น ๆ ได้เลยค่ะ 
มหาวิทยาลัยของรัฐที่เปิดสอนได้แก่ 
  • คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์  มหาวิทยาลัยศิลปากร www.su.ac.th/academics
  • คณะมัณฑนศิลป์  ภาควิชาประยุกต์ศิลป์  มหาวิทยาลัยศิลปากร www.su.ac.th/academics
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์  ภาควิชาทัศนศิลป์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย www.faa.chula.ac.th
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์  สาขาวิชาทัศนศิลป์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ประสานมิตร fofa.swu.ac.th
  • คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  ภาควิชาวิจิตรศิลป์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร  ลาดกระบัง www.arch.kmitl.ac.th/?choose_menu=course
  • คณะวิจิตรศิลป์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ www.finearts.cmu.ac.th
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น faa.kku.ac.th/index2.html
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยบูรพา fineart.buu.ac.th
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยทักษิณ art.tsu.ac.th
๒.กลุ่มวิชาศิลปะประยุกต์
ได้แก่  สาขาออกแบบภายใน,  สาขานิเทศศิลป์,  สาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์,  สาขาออกแบบเครื่องประดับ, สาขาออกแบบแฟชั่น, สาขาออกแบบเซรามิค,  สาขาภาพยนต์,  และสาขาภาพถ่าย  ทีนี้แต่ละสาขามีความแตกต่างกันอย่างไร  ก่อนอื่นต้องขออธิบายว่าสาขาวิชาเหล่านี้คือการนำความรู้ด้านศิลปะมา ประยุกต์ใช้กับงานในเชิงพาณิชย์  ก็เกิดคำถามตามมาว่า  อ้าวแล้วอย่างนี้ถ้าเราจบด้านทัศนศิลป์มา  เราก็สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้ทำงานตรงนี้ได้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ  คำตอบคือใช่ค่ะ  แต่การที่เราเรียนจบมาเฉพาะทางแบบนี้  ทำให้เรามีข้อได้เปรียบตรงที่สามารถทำงานในสายนั้น ๆ ได้โดยตรง  เช่นจบออกแบบภายในมาก็ทำงานด้านออกแบบภายในได้ตามที่เรียนมา  มีความเชี่ยวชาญในระดับลึกกว่า  และสามารถพัฒนาทักษะความสามารถของตนไปในทางนี้ได้รวดเร็วกว่า  แต่ก็นั่นล่ะค่ะ  คนที่เรียนมาแบบเฉพาะทางก็จะมีโอกาสในการเลือกงานหลังจากสำเร็จการศึกษาในวง แคบกว่า  ถ้าน้อง ๆ มั่นใจว่าฉันรักนิเทศน์ศิลป์  ฉันไม่ชอบออกแบบบ้านให้ใคร  ก็เชิญศึกษาตามอัธยาศัยนะคะ
อย่างไรก็ดี  สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่ากลัวว่าการเลือกคณะไม่ถูกจะเป็นการสร้างพันธะผูกมัด ตัวเอง  ใจเย็น ๆ ค่ะ  ในโลกของการทำงานจริงเรามีเวลาเรียนรู้เสมอ  คนเรียนนิเทศมาออกแบบผลิตภัณฑ์ก็ยังมีตัวอย่างให้เห็น  ขึ้นอยู่กับโอกาสของชีวิตและความใส่ใจใฝ่รู้ของเราเองทั้งนั้นค่ะ
๒.๑  สาขาออกแบบภายใน
ชื่อก็บอกกันตรง ๆ ว่าเป็นการออกแบบตกแต่งภายในเคหสถานบ้านเรือน  อาคารที่พักอาศัย  รวมไปถึงหอประชุมต่าง ๆ ให้มีความสวยงาม  เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศ  น้อง ๆ ที่สนใจด้านนี้ควรเตรียมตัวในเรื่องวิชา  Drawing  ซึ่งเน้นความเข้าใจเรื่องการสร้างระยะด้วยเส้นนำสายตา  (Perspective)  และการสร้างสัดส่วนที่ถูกต้อง  (Proportion)  งงล่ะสิ  พูดง่าย ๆ ว่าถ้าจะวาดบ้านก็ขอให้ดูสมส่วน  ไม่ใช่วาดแล้วดูเหมือนบ้านคนแคระ  ประตูเล็กกว่าคนอะไรทำนองนั้น  จะว่าไปเวลาทำงานเข้าจริง ๆ เราต้องมีความรู้ในเชิงช่างพอสมควร  เพื่อจะได้รู้ว่างานช่างเขามีเทคนิคอะไรบ้าง  เวลาออกแบบแล้วจะได้คุยกับช่างรู้เรื่อง
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน
  • คณะมัณฑนศิลป์  ภาควิชาออกแบบภายใน  มหาวิทยาลัยศิลปากร www.su.ac.th/academics
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์  ภาควิชานฤมิตศิลป์  วิชาเอกมัณฑนศิลป์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยwww.faa.chula.ac.th
  • คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  สาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร  ลาดกระบังwww.arch.kmitl.ac.th/?choose_menu=course
๒.๒  สาขานิเทศศิลป์
คำว่านิเทศก็คือการสื่อสารข้อมูลหนึ่ง ๆ ไปยังสาธารณชน  นิเทศศาสตร์เขาเรียนการประชาสัมพันธ์  การโฆษณา  นิเทศศิลป์ก็เรียนเรื่องพวกนั้น  เพียงแต่สื่อออกมาในรูปของภาพนิ่ง  หรือภาพเคลื่อนไหว  คนที่ชอบวาดการ์ตูนน่าจะได้เปรียบในด้านนี้  เพราะเวลาสอบนอกจากการสอบ Drawing  ทั่วไปแล้ว  ยังมีการสอบวัดความสามารถในการสื่อสารด้วยภาพ  ซึ่งไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นภาพเสมือนจริงเสมอไป  จะเป็นการ์ตูนหรือภาพแนวไหนก็ได้  ขอให้คนดูget  เช่น  จะทำป้ายประชาสัมพันธ์งานวันเด็ก  ก็ต้องหาอะไรมาสื่อให้เขาเข้าใจว่าเป็นวันของเด็ก ๆ นะ  ไม่ใช่วันแม่  อย่างนี้เป็นต้น  บัณฑิตที่จบด้านนี้มาส่วนใหญ่มักทำงานในด้านการโฆษณา  เป็นครีเอทีพ  ทำแอนิเมชั่น  หรือทำงานด้านกราฟิคดีไซน์
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน
  • คณะมัณฑนศิลป์  ภาควิชานิเทศศิลป์  มหาวิทยาลัยศิลปากร www.su.ac.th/academics
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์  ภาควิชานฤมิตศิลป์  วิชาเอกเรขศิลป์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยwww.faa.chula.ac.th
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์  สาขาวิชาการออกแบบทัศนศิลป์-การออกแบบสื่อสาร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ประสานมิตร fofa.swu.ac.th
  • คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  สาขาวิชานิเทศศิลป์  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร  ลาดกระบัง www.arch.kmitl.ac.th/?choose_menu=course
๒.๓  สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์
ปัจจุบันนี้เราจะเห็นว่า  ตามท้องตลาดจะมีผลิตภัณฑ์รูปร่างหน้าตาแปลก ๆ ใหม่ ๆ ออกวางจำหน่ายมากมาย  สินค้าบางชนิดเกิดจากการตอบสนองความเปลี่ยนแปลงของสังคม  เช่นสมัยก่อนเราฟังเพลงจากแผ่นเสียงแต่สมัยนี้เราฟังเพลงจากMP3กันแล้ว  เพราะบริษัทผลิตเพลงเดี๋ยวนี้มันมากมายและเพลงในโลกนี้ก็มีไม่รู้กี่ล้าน เพลงเข้าไปแล้ว  นี่คือหัวใจของคนออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ต้องตามบ้านเมืองให้ทัน  และถ้าจะให้ดีก็ควรคิดล้ำหน้าคนอื่นเขาไปสักขั้นสองขั้น  เพื่อทำในสิ่งที่คนอื่นเขายังคิดไม่ถึง  นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์หลาย ๆ ตัวเขาไม่ได้ขายประโยชน์ใช้สอยกันแล้ว  แต่เขาขายไอเดีย  ขายความคิดสร้างสรรค์  น้อง ๆ ที่อยากเรียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ก็ควรจะรักการพลิกแพลง  ไม่ใช่สมัยก่อนตู้กับข้าวเปิดอย่างไรมีกี่ชั้นก็ออกแบบไปตามนั้น  ไม่เกิดการสร้างสรรค์  ตู้กับข้าวของเราอาจล้ำหน้ากว่าด้วยความสามารถเสิร์ฟอาหารอัตโนมัติก็เป็น ได้
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน
  • คณะมัณฑนศิลป์  ภาควิชาออกแบบผลิตภัณฑ์  มหาวิทยาลัยศิลปากร www.su.ac.th/academics
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์  ภาควิชานฤมิตศิลป์  วิชาเอกหัตถศิลป์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยwww.faa.chula.ac.th
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์  สาขาวิชาการออกแบบทัศนศิลป์-การออกแบบผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ประสานมิตร fofa.swu.ac.th
  • คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  สาขาวิชาศิลปอุตสาหกรรม  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร  ลาดกระบัง www.arch.kmitl.ac.th/?choose_menu=course
๒.๔  สาขาออกแบบเครื่องประดับ
สาขานี้เหมาะกับคนที่รักสวยรักงามเป็นทุน  การออกแบบเครื่องประดับที่ดีไม่ใช่แค่การเอาเพชรเอาพลอยมาจัดเรียงกัน  แต่น้อง ๆ ควรทำความรู้จักกับวัสดุหลากหลายชนิดที่มีในโลก  เพราะวัสดุแต่ละอย่างมีคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ต่างกันไป  บางครั้งวัสดุราคาถูกเช่นเชือก,  ก้อนหิน  หรือเมล็ดพืชก็อาจนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการออกแบบเครื่องประดับของเราก็ได้  ขึ้นอยู่กับการรู้จักนำมาใช้ให้เหมาะสมในขั้นสูงหรือ  high fashion  การออกแบบเครื่องประดับต้องประกอบด้วยแนวความคิด  และวิธีการออกแบบที่สอดคล้องกัน  น้อง ๆ ที่สนใจเรื่องนี้นอกจากจะมีทักษะในด้านการDrawing  (เพื่อทำสเกตช์ไอเดีย)  มีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีแล้ว  ควรสนใจศึกษาตลาดเครื่องประดับด้วยว่าเขานิยมอะไร  และเราเลือกที่จะตามเขา  หรือว่าเลือกที่จะมีจุดยืนที่แตกต่าง   
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน
  • คณะมัณฑนศิลป์  ภาควิชาออกเครื่องประดับ มหาวิทยาลัยศิลปากร www.su.ac.th/academics
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์  สาขาวิชาการออกแบบทัศนศิลป์-ศิลปะเครื่องประดับ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ประสานมิตร fofa.swu.ac.th
๒.๕  สาขาการออกแบบแฟชั่น
การออกแบบแฟชั่นหรือเครื่องแต่งกาย  ควรมีพื้นฐานความรู้ในเรื่องการตัดเย็บเสื้อผ้าพอสมควร  บางแห่งเวลาสอบเขามีสอบทักษะการตัดเย็บเสื้อผ้าด้วย  ทักษะพื้นฐานที่จำเป็นอีกอย่างหนึ่งก็คือDrawing  ในลักษณะการวาดตัวแบบ  เสื้อผ้า  และเขียนแพทเทิร์น  นอกนั้นก็เหมือนวิชาในสาขาออกแบบทั่วไป  คือต้องมีความคิดสร้างสรรค์ที่ดี  การออกแบบเสื้อผ้าไม่ใช่การตัดเสื้อให้คนสวยใส่  แต่คือการวิเคราะห์ เพื่อพรางส่วนด้อย  และเสริมจุดเด่นของแต่ละคน  ในระดับ  High  Fashion  น้อง ๆ อาจเคยเห็นเสื้อผ้าที่ดูแล้วไม่น่าจะเอามาใส่ได้จริง  แต่เขาประกอบขึ้นด้วยการวางแนวคิดของเสื้อผ้าแต่ละชุด  การค้นหาชนิดของผ้าที่เหมาะสม  องค์ประกอบที่ลงตัว  และการโชว์ชั้นเชิงในการตัดเย็บ
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์  ภาควิชานฤมิตศิลป์  วิชาเอกออกแบบแฟชั่น  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยwww.faa.chula.ac.th
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์  สาขาวิชาการออกแบบทัศนศิลป์-การออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ประสานมิตร fofa.swu.ac.th
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์  สาขาการออกแบบพัสตราภรณ์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ fineart.tu.ac.th/home.asp
๒.๖  สาขาการออกแบบเซรามิค
อุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิคถือเป็นสิ่งที่มีกำเนิดมายาวนาน  อีกทั้งยังมีตลาดรองรับที่ค่อนข้างใหญ่  ทั้งเซรามิคแบบอุตสาหกรรม  และเซรามิคแบบแฮนด์เมด  การเรียนการสอนในสาขาวิชานี้  จะมีการปูพื้นฐานให้นักศึกษามีความรู้ในด้านการทำเซรามิค  การผสมดินสูตรต่าง ๆ ที่ให้ผลลัพธ์น่าสนใจแตกต่างกัน  น้อง ๆ จะได้เรียนรู้การทำน้ำเคลือบ  และการทำเตาเผาเซรามิค  สิ่ง เหล่านี้ถึงแม้จะมีสูตร  มีทฤษฎีที่ตายตัว  แต่การทำเซรามิคที่เป็นงานศิลปะนั้นมันสนุกตรงที่เราจะแหกกฎอย่างไร  (ให้งานออกมาดี)  ยิ่งเราค้นคว้าทดลองสูตรใหม่ ๆ เราก็จะได้เครื่องเซรามิคที่หน้าตาไม่เหมือนใคร  และมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าคนอื่น 
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน
  • คณะมัณฑนศิลป์  ภาควิชาออกแบบเซรามิคส์  มหาวิทยาลัยศิลปากร www.su.ac.th/academics
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์  สาขาวิชาทัศนศิลป์-เซรามิค มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ประสานมิตร fofa.swu.ac.th
๒.๗  สาขาภาพยนต์
น้อง ๆ ที่สนใจในด้านการทำหนัง  และอยากเรียนต่อในสาขาภาพยนต์  ซึ่งถือเป็นสาขาน้องใหม่ในบ้านเรา  มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรีก็จะมีที่พระจอมเกล้าฯ  ลาดกระบัง  และวิทยาลัยนานาชาติ  มหิดล  การเตรียมตัวก็คือต้องมีพื้นฐานด้านการถ่ายภาพพอสมควร  เมื่อเข้ามาเรียนแล้วก็จะได้เรียนรู้เทคนิควิธีด้านการตัดต่อภาพยนต์  การวางแนวเรื่อง  และการนำเสนอผลงาน
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน 
  • คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  สาขาวิชานิเทศศิลป์  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร  ลาดกระบัง www.arch.kmitl.ac.th/?choose_menu=course
๒.๘  สาขาภาพถ่าย
เหมาะสำหรับคนที่มีใจรักทางด้านการถ่ายภาพ  ควรมีพื้นความรู้ด้านการใช้กล้องพอสมควรทั้งแบบแมนนวล  และดิจิตอล  (ใครอย่าหาว่ากล้องแมนนวลล้าสมัยแล้วนะคะ  ยังมีเทคนิคอีกมากที่กล้องแมนนวลทำได้ดีกว่าดิจิตอล)  การถ่ายรูปไม่ใช่ว่าสักแต่ถ่ายให้สวย  ในงานระดับสูงการถ่ายรูปก็นับเป็นสื่อที่ช่วยสร้างสรรค์งานศิลปะอีกทางหนึ่ง
มหาวิทยาลัยที่เปิดสอน 
คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์  สาขาวิชานิเทศศิลป์  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร  ลาดกระบัง www.arch.kmitl.ac.th/?choose_menu=course

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น